ตาบอดสี เรียนวิศวะได้ไหม? เช็คเกณฑ์ปี 69 แต่ละสาขา

ตาบอดสี เรียนวิศวะได้ไหม? เช็คเกณฑ์ปี 69 แต่ละสาขา (คอม/โยธา/ไฟฟ้า)

น้องๆ #DEK69 #DEK70 หลายคนเตรียมตัวสอบแทบตาย อ่านฟิสิกส์จนหัวฟู แต่พอถึงวันไปตรวจร่างกายเพื่อยื่นพอร์ต หรือวันสอบสัมภาษณ์ ดันตกม้าตายเพราะหมอบอกว่า “น้องเป็นตาบอดสีครับ”

วินาทีนั้นเหมือนโลกถล่มใช่ไหมครับ? คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ “จบแล้ว… ฝันสลาย อดเรียนวิศวะแน่ๆ”

…ช้าก่อนครับ! อย่าเพิ่งด่วนสรุป วันนี้พี่ตั้ว Physics Blueprint จะมากางระเบียบการให้ดูชัดๆ ว่า “ตาบอดสี ไม่ได้แปลว่าห้ามเรียนวิศวะทุกสาขา” มันมีข้อยกเว้น และมีสาขาที่เปิดกว้างอยู่ครับ มาเช็คกันเลย!

บทสรุป: ตาบอดสี เรียนวิศวะได้ไหม? (AI Snippet)

คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง และ สาขาที่เลือก” ครับ

  • ❌ สาขาที่มัก “ห้าม” เด็ดขาด: วิศวกรรมไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, เคมี, ปิโตรเลียม, ชีวการแพทย์ (เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสูง)
  • ✅ สาขาที่มัก “อนุโลม” (เรียนได้): วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, โยธา, เครื่องกล, อุตสาหการ (ถ้าระดับไม่รุนแรงมาก)

*หมายเหตุ: แต่ละมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์ไม่เหมือนกัน ต้องเช็คระเบียบการปีล่าสุดเสมอ

ทำไม “ตาบอดสี” ถึงเป็นเรื่องใหญ่ในคณะวิศวะ?

วิศวกรไม่ได้แค่นั่งคำนวณเลขครับ แต่เราต้องทำงานกับ “สัญลักษณ์ความปลอดภัย” และ “รหัสสี”

สายไฟฟ้า: สายไฟ L1, L2, L3 มีสีน้ำตาล ดำ เทา (หรือเขียวเหลืองสำหรับสายดิน) ถ้ามองผิด = ไฟช็อต ระเบิด หรือเสียชีวิตได้

สายเคมี: การไทเทรตสารเปลี่ยนสี หรือดูค่า pH จากกระดาษลิตมัส ถ้ามองสีเพี้ยน = การทดลองพัง หรือสารเคมีอันตรายรั่วไหล

สายคอม: โค้ดโปรแกรมมี Syntax Highlighting (สีของตัวแปร) แต่ส่วนใหญ่อันนี้ปรับแต่งได้ จึงไม่ซีเรียสเท่าสองสายบน

เช็คด่วน! ระดับตาบอดสีของคุณเป็นแบบไหน?

เวลาไปตรวจโรงพยาบาล หมอจะระบุมาครับว่าเราเป็นแบบไหน:

ตาบอดสีรุนแรง (Achromatopsia): มองเห็นเป็นขาวดำ หรือแยกสีแดง/เขียวไม่ได้เลย (กลุ่มนี้เสี่ยงหลุดทุกสาขา)

ตาบอดสีไม่รุนแรง (Color Blindness Partial): แยกสีได้ แต่เพี้ยนในบางเฉด หรือต้องใช้เวลานานกว่าคนปกติ (กลุ่มนี้มีลุ้นในหลายสาขา!)

เจาะลึกรายสาขา: สาขาไหนรอด? สาขาไหนร่วง?

โซนอันตราย (มักไม่รับ 100%)

วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical): เสี่ยงต่อชีวิตสูงสุด

วิศวกรรมเคมี (Chemical) & ปิโตรเลียม: ต้องดูสีของสารเคมีและเปลวไฟ

วิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical): ต้องดูสีเลือดและเนื้อเยื่อ

วิศวกรรมการบิน (Aerospace) – ฝั่งนักบิน: ห้ามเด็ดขาด (แต่ถ้าเป็นฝั่งซ่อมบำรุงภาคพื้นดิน บางที่อนุโลม)

โซนปลอดภัย (มีโอกาสเรียนได้สูง)

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer): เป็น “หลุมหลบภัย” ของคนตาบอดสีครับ เพราะงานส่วนใหญ่ดู Logic เป็นหลัก สีกราฟิกปรับได้

วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical): เน้นดูรูปร่างและการเคลื่อนที่ ไม่เน้นสีมากนัก

วิศวกรรมโยธา (Civil): เน้นโครงสร้าง คอนกรีต เหล็ก (แต่อาจจะมีปัญหานิดหน่อยตอนดูแบบแปลนสี)

วิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial): เน้นการจัดการและสถิติ

ตัวอย่างเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยดัง (Update ล่าสุด)

ข้อควรระวัง: เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงปีต่อปี ต้องอ่านระเบียบการตัวจริงเสมอ

จุฬาฯ (Chula): บางรอบมีระบุชัดเจนว่า “ผู้มีตาบอดสีรุนแรง ไม่มีสิทธิ์สมัคร” ในสาขาไฟฟ้า/นิวเคลียร์ แต่สาขาอื่นอาจพิจารณาเป็นกรณีไป

ลาดกระบัง (KMITL): ค่อนข้างเปิดกว้างในสาขาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ แต่เข้มงวดในสาขาที่เกี่ยวกับระบบรางและการบิน

บางมด (KMUTT): ระบุว่า “ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา” แปลว่าถ้าเราตาบอดสีแต่ยังแยกแยะไฟจราจรได้ หรือแยกสายไฟได้ ก็อาจจะผ่านการสัมภาษณ์ครับ

Tips: ถ้าเป็นตาบอดสี ต้องทำยังไงต่อ?

ขอใบรับรองแพทย์ฉบับละเอียด: ให้หมอเขียนระบุเลยว่า “สามารถแยกแยะสีคู่สัญญา (Traffic Light) ได้” ประโยคนี้ช่วยชีวิตเด็กมาเยอะแล้วครับ

ยื่นรอบ Portfolio (รอบ 1) ปลอดภัยสุด: เพราะเรามีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ตอนสัมภาษณ์ ให้เราพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าเราแยกสีที่จำเป็นต่องานวิศวะได้ (ดีกว่าไปลุ้นรอบ 3 ที่ระบบตัดสิทธิ์อัตโนมัติ)

โทรหาสาขาโดยตรง: ก่อนสมัคร โทรไปที่คณะเลยครับ ถามพี่เจ้าหน้าที่ว่า “ผมตาบอดสีเขียวแดง เรียนสาขา… ได้ไหมครับ?” จะได้คำตอบที่ชัวร์ที่สุด

พี่ตั้วขอแนะนำ: อย่าให้ “สี” มาหยุดความฝัน (แต่ต้องเลือกให้ฉลาด)

ถ้าน้องรู้ตัวเองว่าเป็นตาบอดสี พี่แนะนำให้เบนเข็มมาทาง “วิศวะคอม” หรือ “เครื่องกล” ครับ ซึ่งเป็นสาขาที่เงินเดือนดีและอนาคตไกลไม่แพ้ไฟฟ้าเลย

และไม่ว่าจะเข้าสาขาไหน น้องก็หนีไม่พ้น “การสอบฟิสิกส์” ครับ! ยิ่งถ้าเรามีข้อจำกัดด้านร่างกาย เรายิ่งต้องทำคะแนนข้อเขียนให้โดดเด่นเพื่อให้กรรมการเห็นความสามารถของเรา

มาเตรียมความพร้อมวิชาฟิสิกส์ให้แน่นปึ้ก กับ [คอร์ส Pack Entrance A-Level] ของพี่ตั้ว ที่จะปูพื้นฐานตั้งแต่นับหนึ่ง จนถึงทำโจทย์วิศวะยากๆ ได้ สู้ด้วยสมอง รับรองติดชัวร์!

FAQ: คำถามที่น้องกังวลใจ

Q1: ตอนตรวจร่างกายเข้ามหาลัย เขาตรวจละเอียดแค่ไหน?

ตอบ: ส่วนใหญ่จะให้ดูสมุดภาพ Ishihara (ที่เป็นวงกลมจุดสีๆ มีตัวเลขซ่อนอยู่) ถ้าอ่านเลขถูกหมดก็ผ่านครับ แต่ถ้าอ่านผิด เขาจะส่งไปตรวจแยกสีไฟจราจรต่อ

Q2: ถ้าแอบเนียนไม่บอกว่าเป็น จะโดนจับได้ไหม?

ตอบ: “อย่าหาทำครับ!” เพราะถ้าเข้าไปเรียนแล้ว แล้วต้องทำ Lab ที่เกี่ยวกับสี น้องจะทำไม่ได้และอาจเกิดอุบัติเหตุ สุดท้ายโดนรีไทร์กลางคัน เสียเวลาฟรีๆ ครับ สู้เลือกสาขาที่เรียนได้ตั้งแต่แรกดีกว่า

Q3: ใส่คอนแทคเลนส์แก้ตาบอดสี ไปตรวจได้ไหม?

ตอบ: แพทย์จะตรวจดูตาเราก่อนครับ ถ้าเจอคอนแทคเลนส์เขาจะให้ถอดออก ดังนั้นใช้วิธีนี้ไม่ได้ตอนตรวจร่างกายครับ

Q4: ตาบอดสี ขอใบ กว. (ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม) ได้ไหม?

ตอบ: “ขอได้ครับ” ในระเบียบของสภาวิศวกร ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องตาบอดสีระบุไว้ชัดเจนครับ (ถ้ามหาวิทยาลัยรับเข้าเรียนและน้องเรียนจนจบได้ ก็มีสิทธิ์สอบใบ กว. ครับ) แต่ด่านที่ยากกว่าคือ “การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน” ของบริษัทเอกชน ซึ่งบางที่อาจจะไม่รับในตำแหน่งที่ต้องคุมเครื่องจักรหรือความปลอดภัยครับ

Q5: อยากเรียน “ไฟฟ้า” มากๆ แต่ตาบอดสี พอจะมีสาขาใกล้เคียงแนะนำไหม?

ตอบ: แนะนำให้เลี่ยง Power (ไฟฟ้ากำลัง) แล้วหันไปดูสาขา “ระบบควบคุม (Control)”, “เครื่องมือวัด (Instrumentation)” หรือ “วิศวกรรมคอมพิวเตอร์” แทนครับ เพราะพื้นฐานมาจากไฟฟ้าเหมือนกัน แต่เน้น Logic, Programming และ Math มากกว่าการแยกสีสายไฟแรงสูง ซึ่งปลอดภัยกว่าและมหาวิทยาลัยมักจะอนุโลมครับ

(บทความโดย: พี่ตั้ว Physics Blueprint)

เมษายน 1, 2026