ความรู้สึกตอนนั้นของผมคือเริ่มจากตอนแรกชอบเรียนเลข เพื่อนๆพี่ๆอาจารย์ก็แนะนำให้เรียนวิศวะ บวกกับที่พ่อของผมก็เป็นวิศวกรด้วยเหมือนกัน ผมก็เลยเริ่มจาก 0 เลยครับ พื้นฐานฟิสิกคือไม่มีเลย แต่อยากเรียนวิศวะใช่ครับพี่ ฟิสิกส์ผมแทบจะ 0 เลยตอนนั้น แล้วก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเข้าวิศวะจุฬาเท่านั้น เพราะมันเท่มันไม่ดูเป็นเด็กช่างเถื่อนๆ บวกกับพ่อก็เรียนวิศวะจุฬา ก็เลยไปหาข้อมูลว่าใช้คะแนนอะไรบ้างในการสอบเข้า จากพอรู้ว่า pat3 ใช้ 60% สิ่งแรกที่ผมทำคือไปหาข้อสอบเก่า pat3 นั่งอ่านๆดูว่ามันออกยังไงแนวไหนแล้วระหว่างอ่านก็ลองทำดูบ้าง ผลที่ได้คือทำได้แค่พาร์ทเลข ที่เหลือทำไม่ได้เลย

 

ตอนแรกก็เริ่มท้อละว่าจะเอาไงต่อดี ก็เลยไปลงเรียนพิเศษคอร์ส Entrance วิศวะ (สถาบันแห่งหนึ่ง) ครับหวังว่ามันจะช่วยได้พอเข้าไปเรียนปุ้บ ปรากฏว่าไม่เหมือนที่คิดไว้เลยเราเรียนไม่รู้เรื่องเลย ก็เลยต้องทิ้งคอร์สนั้นไปตอนนั้นเครียดมากเริ่มท้อแล้วด้วยครับประมาณว่าหรือเราเรียนบัญชีดี บัญชีจุฬาใช้แค่ pat1 กับ gat เตรียมตัวง่ายกว่าเยอะ ความคิดนี้มันก็ตีวนกันอยู่ในหัว

 

ก็เลยมานั่งคิดว่าเป็นผู้ชายมันต้องวิศวะจุฬาดิถึงจะเท่ (ความคิดนี้ไม่ดีนะครับ5555) ก็เลยเอาวะลองลุยดูอีกทีไปหาที่เรียนพิเศษใหม่อีกรอบ (อะไรๆก็พึ่งแต่กวดวิชา เพราะผมรู้สึกว่ามันคือทางลัดของคนสอบติด แต่ไม่ได้แปลว่าไม่เรียนแล้วจะสอบไม่ติดนะ ) ทีนี้ผมก็ไปเจอรีวิวสถาบันอีกแห่งนึง ผมก็ลังเลว่าถ้าเรียนคอร์สเอ็นท์เราจะเป็นเหมือนเดิมมั้ย เราจะรู้เรื่องมั้ย สุดท้ายผมก็ไม่ลงคอร์สเอ็นท์ ผมเลือกลงเป็นคอร์สฟิสิก ม.4 เทอม 1 จนถึง ม.6 เทอม 2 โดยเคล็ดลับที่ผมใช้ในการเรียนพิเศษก็คือก่อนเรียนผมจะนั่งสแกนแล้วลองทำโจทย์ทุกข้อที่เค้าจะสอน ข้อไหนทำได้ก็ดีไป(อาศัยการเปิดสูตรแล้วลองแทนค่ามั่วๆเพราะไม่เคยมีพื้นฐานเลย)ส่วนข้อไหนทำไม่ได้ ผมก็จะวงไว้หลังจากนั้นพอทำครบผมก็เข้าไปเรียนครับ(การทำแบบนี้จะทำให้เราอยากเรียนมากขึ้น เพราะว่าเราจะอยากรู้ว่าไอข้อที่เราทำไม่ได้มันทำยังไง) พอเรียนจบบทนึงผมก็มานั่งทำโจทย์ต่อวนๆๆไปเรื่อยจนจบคอร์สนึงก็ไปลงคอร์สเทอมต่อไปต่อ จนครบทั้ง 6 เทอม

 

หลังจากนั้นก็เริ่มคิดว่าตัวเองเจ๋งแล้วก็เลยมาลองทำข้อสอบ PAT3 ดูอีกครั้งนึงปรากฏว่าก็ทำได้ค่อนข้างเยอะเลยเพราะ pat3 เนี่ยฟิสิกซะส่วนใหญ่ แต่ทำได้ในที่นี้คือหมายความว่าทำโจทย์ได้โดยไม่ต้องเปิดสูตรแต่ไม่ได้แปลว่าทำเร็วนะ ทำไปทำมาเงยหน้ามาอีกทีคือหมดไปเลยทั้งวันกับข้อสอบแค่ชุดเดียว 55555 หลังจากนั้นผมก็เลยคิดว่าไม่ได้ละแบบนี้ สอบจริงให้เวลาแค่ 3 ชม แต่นี่ผมเล่นทำทั้งวัน เพราะฉะนั้นผมเลยต้องฝึกทำโจทย์ให้มากขึ้นเข้าไปอีกเพื่อที่เราจะได้เห็นโจทย์ปุ้บ มองออกเลยว่าต้องทำยังไงที่เหลือก็แค่คิดเลข แล็วก็เริ่มโฟกัสกับการจับเวลาทำข้อสอบเพิ่มขึ้น ฝึกจากทีละนิด 10 ข้อ 25 นาทีอะไรงี้ครับจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป และส่วนสุดท้ายคือพาร์ทเคมี ผมว่าหลายๆคนต้องมีความคิดเหมือนผม เรียนวิศวะเพราะไม่ชอบเคมีชีวะ แต่เคมีดันมาเป็นติ่งใน pat3 ผมเลยเครียดเลยครับเพราะไม่อยากเสียคะแนนไปฟรีๆ ถ้าคนอื่นทำได้แล้วเราทำไม่ได้ ผมจะเสียดายมากๆ ผมก็เลยไปหาคลิปติวฟรีในยูทูปเพื่อเรียนเคมี pat3 ก็ไม่ได้เข้าใจลึกอะไรมากนะครับก็จำๆแพทเทินเอาว่ามันออกแบบไหนบ่อย ยกตัวอย่างเช่นกรดเบส pH+pOH = 14 ไอเรื่องนี้คือคลาสสิค ออกทุกปีทุกรอบ 5555 ผมก็เน้นแค่เรื่องที่ออกเท่านั้นไม่จำเป็นต้องเรียนทั้งหมด

 

พอถึงช่วง 2-3 เดือนก่อนสอบผมก็เอาข้อสอบเก่ามานั่งทำแบบจับเวลาเสมือนสอบจริงเลยครับทั้ง pat1 pat3 ส่วน gat ผมปล่อยตามมีตามเกิด pat1 ทำเพราะชอบเลขอยู่แล้วอยากท้าทายตัวเอง และส่วน pat3 นี่ทำเพื่อวิศวะจุฬาเลยครับ ผมวางแผนไว้ว่าถ้า pat3 ผมไม่ถึง 200 นี่คืออยู่ยากละเพราะมัน 60% ตัดบทไปคืนก่อนสอบจริงคือเป็นคืนที่กดดันที่สุดในชีวิตละครับ เครียดมากๆนอนไม่หลับ กลัวจำสูตรไม่ได้ กลัวตื่นเต้นในห้องสอบอีก จนสุดท้ายผมต้องบอกกับตัวเองว่า ชีวิตไม่ได้มีสอบแค่ครั้งเดียว ปีนี้ไม่ติดปีหน้าค่อยเอาใหม่ผมถึงนอนหลับลงได้ครับ จากนั้นก็หลับด้วยความสบาย จบแล้วครับ 555

มกราคม 22, 2021