รีวิวข้อสอบ TPAT3 ปีล่าสุด! พาร์ทฟิสิกส์ออกอะไรเยอะสุด? (ฉบับเจาะลึก)

รีวิวข้อสอบ TPAT3 ปีล่าสุด! พาร์ทฟิสิกส์ออกอะไรเยอะสุด? (ฉบับเจาะลึก)

จบกันไปแล้วสำหรับสนามสอบ TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) สนามแรกและสนามสำคัญที่สุดของน้องๆ ที่อยากเข้าคณะวิศวะฯ, วิทยาฯ, หรือครุศาสตร์สายวิทย์

เสียงลือเสียงเล่าอ้างปีนี้หนาหูมากครับว่า “ทำไม่ทัน!” และ “โจทย์ประยุกต์เยอะมาก” วันนี้พี่ตั้ว Physics Blueprint เลยขอมา ชำแหละข้อสอบพาร์ทฟิสิกส์และกลไกวิศวะ ให้ดูกันชัดๆ ว่าปีนี้เทรนด์ข้อสอบเปลี่ยนไปทางไหน และ #DEK69 #DEK70 ต้องเตรียมตัวยังไงให้รอด!

สรุปภาพรวม TPAT3 ปีล่าสุด (Quick Summary)

  • ความยาก: ⭐⭐⭐ (ไม่ยากเท่า A-Level แต่ “เยอะ” และ “ลึกซึ้ง”)
  • ปัญหาหลัก: เป็นเรื่อง Speed Test (แข่งกับเวลา) ส่วนใหญ่ทำไม่ทัน
  • จุดเด่นพาร์ทฟิสิกส์: เน้น “การประยุกต์ใช้” (Applied Physics) และ “เครื่องกลผ่อนแรง” มากกว่าการแทนสูตรตรงๆ
  • บทพระเอก: กลศาสตร์ (สมดุล/รอก/คาน) และ ไฟฟ้า (วงจรพื้นฐาน)

TPAT3 vs A-Level ฟิสิกส์ ต่างกันยังไง? (ต้องแยกให้ออก)

ก่อนจะไปดูเนื้อหา น้องต้องเข้าใจก่อนว่า TPAT3 ไม่ใช่การสอบฟิสิกส์เพียวๆ เหมือน A-Level ครับ

A-Level ฟิสิกส์: วัดความรู้เชิงวิชาการ คำนวณหลายชั้น ซับซ้อน (Hardcore)

TPAT3: วัด “แวววิศวกร” โจทย์จะถามเชิงกลไก การทำงานของอุปกรณ์ หรือปัญหาเชาวน์ที่ใช้ฟิสิกส์พื้นฐานมาเกี่ยวข้อง เน้นมองรูปแล้วตอบได้ มากกว่าทดเลขยาวๆ

เจาะลึก: พาร์ทฟิสิกส์ & กลไกวิศวกรรม ออกอะไรเยอะสุด?

จากการรวบรวมข้อมูลจากน้องๆ ที่ไปสอบมา ปีนี้สัดส่วนเนื้อหายังคงเทน้ำหนักไปที่ “กลศาสตร์” เป็นหลักครับ

อันดับ 1: กลศาสตร์และเครื่องกลผ่อนแรง (60%)

นี่คือขุมทรัพย์คะแนนของ TPAT3 ครับ โจทย์มักจะมาเป็นรูปภาพ แล้วถามเรื่องการได้เปรียบเชิงกล

เรื่องที่ออก: รอก (Pulleys), คาน (Levers), พื้นเอียง, และ ระบบเฟือง (Gears)

แนวโจทย์:

“ออกแรงดึงเชือกเท่าไหร่ถึงจะยกของขึ้น?”

“ถ้าเฟืองตัวแรกหมุนทวนเข็ม เฟืองตัวสุดท้ายจะหมุนทางไหน?”

“คีมตัดลวดแบบนี้ เป็นคานอันดับที่เท่าไหร่?”

อันดับ 2: ไฟฟ้าพื้นฐาน (20%)

ไม่ได้ออกลึกถึงขั้น Kirchhoff หรือ AC ซับซ้อน แต่ออกแนว “ใช้งานจริง”

เรื่องที่ออก: การอ่านค่ามิเตอร์, การต่อหลอดไฟ (อนุกรม/ขนาน), การคำนวณค่าไฟ, และฟิวส์ขาดเมื่อไหร่

แนวโจทย์: ให้รูปวงจรบ้านมา แล้วถามว่าถ้าเปิดสวิตช์ตัวนี้ หลอดไหนจะติดบ้าง?

อันดับ 3: ของไหลและความร้อน (10%) ️

เน้นเรื่องความดันและการถ่ายเทความร้อนในชีวิตประจำวัน

เรื่องที่ออก: หลอดรูปตัว U (Manometer), หลักของแบร์นูลลี (แรงยกปีกเครื่องบิน), การขยายตัวของวัตถุเมื่อได้รับความร้อน

อันดับ 4: ฟิสิกส์ยุคใหม่ & ข่าววิทยาศาสตร์ (10%) ⚛️

ปีนี้มีถามเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เป็นข่าว

เรื่องที่ออก: พลังงานสะอาด, PM2.5, หรือหลักการของเซนเซอร์ต่างๆ

ตัวอย่างโจทย์ “แนว Engineering Sense” (ที่ไม่ใช่แค่แทนสูตร)

ลองมาดูตัวอย่างข้อสอบแนว TPAT3 กันครับ (โจทย์แต่งใหม่ให้ใกล้เคียงกับแนวทาง)

โจทย์: มีระบบรอกพวง 2 ตัว (รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ 1 ตัว + รอกเดี่ยวตายตัว 1 ตัว) ใช้ยกวัตถุมวล ( 100\ kg ) ถามว่าต้องออกแรงดึงเชือกอย่างน้อยเท่าไหร่? (กำหนด ( g=10\ m/s^2 ))

วิธีคิดแบบเด็กวิศวะ:

ถ้าน้องท่องสูตร ( F = mg ) น้องจะตอบ ( 1000\ N ) (\rightarrow) ผิดทันที!

Engineering Sense: รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ช่วย “ผ่อนแรง 2 เท่า”

คำนวณ: น้ำหนักวัตถุ ( W = mg = 1000\ N ) (\rightarrow) รอกช่วยรับไปครึ่งนึง ดังนั้นเราออกแรงแค่:$$F = \frac{W}{2} = \frac{1000}{2} = 500\ N$$

ตอบ: ( 500\ N ) (เห็นไหมครับ ไม่ต้องตั้งสมการยาวๆ แค่เข้าใจหลักการผ่อนแรงก็ตอบได้เลย)

จุดพลาดที่ทำให้คะแนนหาย (Warning Zone ⚠️)

บริหารเวลาผิด: ข้อสอบ TPAT3 มีพาร์ทความคิดเชื่อมโยง, มิติสัมพันธ์, และความรู้ทั่วไปด้วย น้องหลายคนมัวแต่ไปทดเลขฟิสิกส์ข้อยากๆ จนทำพาร์ทอื่น (ที่ง่ายกว่า) ไม่ทัน

มองข้าม “หน่วย”: โจทย์วิศวะชอบหลอกหน่วย เช่น ให้พื้นที่หน้าตัดมาเป็น ( mm^2 ) แต่สูตรต้องใช้ ( m^2 ) ใครลืมเปลี่ยนหน่วยคือกาผิดทันที

ตกม้าตายเรื่อง “มิติสัมพันธ์”: พาร์ทนี้คะแนนเยอะมาก (การมองภาพฉาย Top/Front/Side View) ซึ่งต้องใช้การฝึกฝนการมอง ไม่ใช่การคำนวณ

คำแนะนำสำหรับ #DEK69 #DEK70

ถ้าน้องอยากเก็บคะแนน TPAT3 ให้ได้ 70+ เพื่อยื่น 8 เกียร์ หรือมหาลัยดังๆ พี่แนะนำตามนี้ครับ:

อย่าทิ้ง “พื้นฐานกลศาสตร์”: กลับไปแม่นเรื่องสมดุลกลและงานพลังงาน (ไม่ต้องลึกระดับ A-Level แต่ต้องแม่น Concept)

ฝึกทำโจทย์ “เชาวน์ปัญญา”: หาโจทย์แนว Aptitude Test ของต่างประเทศ หรือโจทย์ PAT3 เก่าๆ มาทำ (เน้นเรื่องรอก เฟือง คาน)

จับเวลาจริงเสมอ: ความเร็วคือหัวใจของสนามนี้ครับ

อยากติว TPAT3 พาร์ทฟิสิกส์/วิศวะ ให้ตรงจุด?

ไม่อยากเสียเวลาอ่านหว่านแห แต่อยากเน้นเฉพาะจุดที่ออกสอบจริง ทั้งเรื่องกลไก รอก คาน และไฟฟ้าพื้นฐาน

พี่ตั้วสรุปเนื้อหาและรวบรวมโจทย์แนว TPAT3 ไว้ให้แล้วใน [คอร์สตะลุยโจทย์ TPAT3 ความถนัดวิศวะฯ] สอนวิธีมองภาพ ตัดช้อยส์ และเทคนิคลัดที่โรงเรียนไม่ได้สอน

FAQ: คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ TPAT3

Q1: TPAT3 มีสูตรฟิสิกส์ให้ในห้องสอบไหม?

ตอบ: “ไม่มีครับ” แต่สูตรที่ใช้มักจะเป็นสูตรพื้นฐาน (เช่น ( v=s/t ), ( F=ma ), ( V=IR ), ( W=Fs )) ไม่ใช่สูตรซับซ้อน ดังนั้นต้องจำพื้นฐานไปให้แม่นครับ

Q2: ไม่ได้เรียนสายวิทย์-คณิต สอบ TPAT3 ได้ไหม?

ตอบ: “สอบได้ครับ” แต่อาจจะเสียเปรียบในพาร์ทคำนวณวิทยาศาสตร์ แนะนำให้เน้นเก็บคะแนนพาร์ทมิติสัมพันธ์, ความคิดเชื่อมโยง และความรู้ทั่วไปแทนครับ (ซึ่งคะแนนรวมๆ ก็เยอะอยู่)

Q3: คะแนน TPAT3 ใช้ยื่นรอบไหนบ้าง?

ตอบ: ใช้เยอะที่สุดใน รอบ 2 (Quota) และ รอบ 3 (Admission) ครับ โดยเฉพาะคณะวิศวะฯ บางที่ ใช้น้ำหนักสูงถึง 30-50% เลยทีเดียว!

Q4: ข้อสอบเยอะมาก ทำไม่ทันแน่ๆ! เฉลี่ยแล้วควรใช้เวลาข้อละกี่นาที?

ตอบ: TPAT3 มีทั้งหมด 70 ข้อ ให้เวลา 180 นาที (3 ชั่วโมง) เฉลี่ยแล้วน้องมีเวลาแค่ “2.5 นาที ต่อ 1 ข้อ” เท่านั้นครับ!

กลยุทธ์: พาร์ทฟิสิกส์คำนวณอาจจะกินเวลา 3-4 นาที ดังนั้น ให้ไป “เซฟเวลา” ในพาร์ทมิติสัมพันธ์หรือความรู้ทั่วไปแทน (ที่ควรมองแล้วตอบเลยใน 1 นาที) อย่าจมอยู่กับข้อยากนานเกินไป ข้ามได้ต้องข้ามครับ

Q5: ฝึกทำโจทย์จากข้อสอบเก่า PAT3 (วิศวะ) แทนได้ไหม?

ตอบ: “ทำได้ครับ แต่ต้องเลือกข้อ” เพราะข้อสอบ PAT3 (ยุคเก่า) จะเน้นคำนวณถึกและซับซ้อนกว่า TPAT3 มากครับ

คำแนะนำ: ให้เอาข้อสอบ PAT3 มาฝึก เพื่อให้แม่นสูตรและพื้นฐานฟิสิกส์ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันยากเกินไปไม่ต้องตกใจ เพราะ TPAT3 ของจริงจะเน้น “เชาวน์ปัญญาและการประยุกต์” มากกว่าการทดเลขโหดๆ ครับ

(บทความโดย: พี่ตั้ว Physics Blueprint)

เมษายน 1, 2026